ผู้เขียน หัวข้อ: เทคนิคเลือกโปรแกรมบัญชีให้เข้ากับบริษัทของท่าน  (อ่าน 11 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กุมภาพันธ์ 11, 2019, 11:32:03 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2199
    • ดูรายละเอียด

สมัยปัจจุบัน SME หลายกิจการต่างคัดเลือกกรรมวิธีที่จะสร้างความสามารถในการทำงานและลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลงที่สุด เพื่อให้สามารถต่อสู้และรอดชีวิตในยุคที่การค้าขายซบเซาเช่นในเวลานี้ การเปลี่ยนมาใช้ ซอฟแวร์โปรแกรมบัญชีอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย แม้กระนั้น software มีจำนวนมากหลายเจ้า จะเลือกอย่างไรจึงจะคุ้มค่ากับเงินลงทุนที่จ่ายไป เราจึงอยากขอชี้ช่องทางข้อควรตระหนักเพื่อเป็นแนวทางให้ท่านเลือกโปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ดังนี้ครับ

1.อุตสาหกรรม
บริษัทของคุณอยู่ในอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านค้าขายย่อย กลุ่มผู้ผลิต หรือบริษัทให้บริการ ซึ่งแต่ละประเภทอุตสาหกรรม ก็มีรูปแบบการทำบัญชีที่ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้โปรแกรมเมอร์ จะพัฒนาโปรแกรมบัญชีให้ลงตัวกับแต่ละประเภทธุรกิจ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ดีกับกลุ่มธุรกิจหลายๆ ประเภทเช่นกัน แต่ถ้าคุณอยากได้โปรแกรมบัญชีที่มีรูปแบบการใช้งานเหมาะสมกับบริษัทท่าน หรือมีส่วนเบ็ดเตล็ดพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมบางแบบ เช่น บริษัทปลูกสร้าง โรงงานผลิต และกิจการโลจิสติก ควรจ้างโปรแกรมเมอร์มาดีไซน์โปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับธุรกิจคุณจะดีกว่า
2.ขนาด บริษัท
รายละเอียดปลีกย่อยของการบันทึกบัญชีจะมีความซับซ้อนมากน้อยขึ้นตามขนาดของ บริษัท คุณอาจจะใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่สามารถใช้งานได้กับ ร้านค้าที่มียอดขาย 1 ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าบริษัทของคุณมีขนาดใหญ่กว่านี้และมีความซับซ้อน โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถรองรับระบบได้ ดังนั้นควร ตัดสินใจเลือกให้เข้ากับขนาด และโปรแกรมสามารถอัพเกรดรองรับการเติบโตในอนาคตได้เช่นกัน
3.ฟังก์ชันอะไรบ้างที่ต้องการใช้งาน
ก่อนการ ตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรซักถามว่ามีส่วนใดหรือโมดูลอะไรที่ร้านค้าคุณต้องการ ควรลิสความต้องการ คุณสมบัติ หรือรูปแบบที่อยากได้เป็นเรื่องๆ เสียก่อน บางกิจการอาจจะอยากได้การเข้าถึงที่ง่ายๆ หน้าต่างโปรแกรมไม่ซับซ้อน ขณะที่กิจการอื่นอาจจะต้องรูปแบบตอบสนองรองรับในการชำระเงินออนไลน์ หรือการใช้เครดิตการ์ด หรือการจัดการสินค้าคงคลัง หรือสร้างดัดแปลงใบอินวอยซ์ เองได้ ดั้งนั้นควร เลือกซื้อโปรแกรมบัญชีสามารถรองรับความต้องการเหล่านี้ได้ และเหมาะสมกับบริษัทคุณ อย่าเสียเงินให้กับส่วนเสริมที่ไม่ได้ใช้งาน
4.การบริการ
ในเวลาที่คุณมีปัญหาใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัท software สามารถซับพอร์ท แก้ไขปัญหาได้รวดเร็วเพียงใด ติดต่อสื่อสารได้ง่ายสะดวก น่าเชื่อถือหรือไม่ ตัวแทนดูแลอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ และที่สำคัญตัวแทนพวกนั้น มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที บัญชี คอยให้คำแนะนำท่านหรือไม่ โดยรายละเอียดเหล่านี้สามารถ research จากอินเตอร์เน็ต หรือสืบถามร้านค้าที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน
5.งบในการซื้อ
งบในการซื้อจะเป็นเรื่องที่สำคัญประเด็นหลักที่มีผลต่อการ เลือกซื้อโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีทั่วๆ ไปจะมีสนนราคาที่ไม่แพงมากนัก แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีเฉพาะที่ออกแบบฟังก์ชันการใช้พิเศษ คุณคงต้องลงทุนสูงกว่าแน่นอน และก่อนจะตกลงใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำตารางวิเคราะห์ความคุ้มค่าออกมาเป็นตัวเลข เพื่อจะได้ทราบว่าบริษัทคุณไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินความจำเป็น หรือไม่คุ้มกับการลงทุน
6.โปรแกรมบัญชีบริษัทตัวแทนให้ทดลงใช้ฟรีหรือไม่
จะดีมากถ้าท่านสามารถทดลองโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อจริง เพราะจะสามารถเห็นข้อดีข้อเสียต่างๆ ทั้งเรื่องความคล่องในการใช้งาน ปัญหาที่พบ การใช้งานฟังก์ชันโมดูลต่าง ลงตัวหรือไม่ ดังนั้น ก่อน ซื้อซื้อซักถามกับผู้แทนว่ามีตัวทดลองใช้ฟรีหรือไม่ โดยปรกติจะจะเปิดให้ลูกค้าลองใช้ได้ 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากทีเดียว
ท้ายสุดแล้วควรสืบถามบริษัทอื่นๆ ที่คุณรู้จักเกี่ยวกับโปรแกรมบัญชีที่ที่อยู่ในลิส อย่างน้อย 3 ที่ ควรสอบถามเรื่องปัญหาการใช้งาน ปัญหาที่พบจากการใช้งาน สิ่งที่ควรจะปรับปรุง หรือการบริการซับพอร์ทของตัวแทนขายเป็นอย่างไร ยิ่งไปกว่านี้หากเป็นไปได้ควรตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชีที่ติดตลาด มีผู้ใช้จำนวนมาก ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นโปรแกรมที่ดี ไม่มีปัญหามาก

ขอบคุณบทความจาก : https://accountonlineforyou.wordpress.com/2015/07/03/โปรแกรมบัญชีใช้งานฟรี-ส/

Tags : โปรแกรมบัญชี,โปรแกรมบัญชีออนไลน์,โปรแกรมบัญชีใช้งานฟรี