ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องพิมพ์ 3D คืออะไร รับชมด้วยกัน  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤษภาคม 16, 2019, 02:56:03 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 641
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

3D Printer - เทคโนโลยีการสร้างสมัย 4.0​
     เครื่อง 3D Printer คือเทคโนโลยีการสร้างที่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลดิจิติล หรือแบบจำลอง 3 มิติ ที่ผลิตขึ้น ให้กลายเป็นชิ้นงานจริงซึ่งสามารถแตะต้องได้ โดยหลักการของเครื่องเป็นการเติมเนื้อสิ่งของ (additive) ทีละชั้น (layer by layer) จนได้ตามแบบที่ปรารถนา ซึ่งไม่เหมือนกับขั้นตอนการผลิตแบบดั้งเดิมเป็นต้นว่า เครื่องกลึง เครื่องกัด เครื่องตัด หรือเครื่อง CNC ที่มักใช้การตัด หรือนำเนื้อสิ่งของออก (subtractive) ด้วยเหตุดังกล่าวอุปกรณ์ที่ใช้แล้วก็สูญเสียสำหรับในการผลิตจึงน้อยกว่ามาก รวมไปถึงการใช้แรงงานของเครื่องที่ใช้เวลาสำหรับการศึกษาน้อยกว่ามาก ดังนั้นพวกเราจึงเห็นประเทศในฝั่งตะวันตกผลักดันให้มีการใช้ตั้งแต่การเล่าเรียนเครื่องพิมพ์ 3 มิติขั้นต้น


 
เลือกชมผลิตภัณฑ์คลิ๊ก เครื่องพิมพ์ 3 มิติ https://www.sync-innovation.com

ผลดีที่เห็นได้ชัดเจนจากเครื่อง 3D Printer เป็น ผู้ใช้สามารถสร้างหรือประดิษฐ์ข้าวของ อะไหล่ องค์ประกอบต่างๆได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งโรงงานร้านค้าที่รับผลิต โดยความชำนาญที่จะต้องมีเป็นการผลิตหรือเขียน แบบจำลอง 3 มิติ ขึ้นมา โดยใช้โปรแกรมต่างๆซึ่งเดี๋ยวนี้มีอีกทั้งฟรีแล้วก็เสียเงิน รวมถึงจุดหมายของโปรแกรมที่แตกต่างกัน อาทิเช่น งานปั้นสิ่งมีชีวิต การเขียนแบบศิลป์ สถาปัตยกรรม หรืองานทางวิศวกรรม เครื่องพิมพ์ 3D ฯลฯ



ข้อดีของเทคโนโลยี 3D Printing

     1. ต้นทุนการสร้างต่ำ รองรับการผลิตงานต้นแบบหรือผลิตจำนวนน้อย
ปัจจุบันเครื่อง 3D Printer แพงถูกลงมาก กระทั่งคนทั่วๆไปสามารถหาซื้อได้ อีกทั้งการซื้อจากโรงงานโดยตรงผ่าน Alibaba Lazada Aliexpress หรือตัวแทนขายในไทย ทำให้ขั้นตอนการผลิตชิ้นส่วนต่างๆไม่จำกัดอยู่แต่ในโรงงานผลิต ซึ่งส่วนมากรับเฉพาะการสร้างมากมาย (Mass production) หากเป็นคนสามัญ หรือยังเป็นเพียงแค่งานต้นแบบ (Prototype) คงจะไม่สามารถสั่งผลิตได้ นอกจากตัวเครื่องแล้ว วัสดุในตอนนี้ทั้งยังแบบ Filament หรือ Resin ก็แพงถูกลง และก็โภคทรัพย์ที่หลากหลายตามความอยาก ฉะนั้นเทคโนโลยี 3D Printing จึงมีใช้ในทุกระดับตั้งแต่คนทั่วๆไป จนถึงไปถึงโรงงานขนาดใหญ่



     2. อิสระด้านการดีไซน์ผลิตภัณฑ์​
เทคโนโลยี 3D Printing เป็นการผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุเข้าไป ด้วยเหตุนั้นก็เลยไม่ต้องคิดถึงเนื้อหาที่สลับซับซ้อนด้านในผลงาน ซึ่งต่างจากการสร้างทั่วๆไป 3D Printerที่ทำเป็นเฉพาะผิวด้านนอก หรือต้องใช้เครื่องจักรที่ราคาแพงมากถึงจะผลิตได้ อาทิเช่น CNC 5 แกน ในระหว่างที่เครื่อง 3D Printer ไม่มีข้อจำกัดดังที่กล่าวถึงมาแล้ว


     3. การปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงงาน​
เพราะว่าการพิมพ์ 3 มิติ คือการผลิตผลงานทีละชิ้น โดยใช้หลักการเพิ่มเนื้อวัสดุ เพราะฉะนั้นสามารถที่จะผลิตงานเป็นจำนวนมาก ที่ดัดแปลงแก้ไขเนื้อหาเล็กๆแต่ละชิ้นให้ไม่เหมือนกันโดยที่ต้นทุนไม่เปลี่ยนแปลง ดังเช่นว่า ป้ายชื่อ ขนาดเกลียว และยังรวมไปถึงสีของงาน ที่เปลี่ยนแปลงได้ตามอยาก



วิธีทำงานของเครื่อง 3D Printer

     1. การสร้างแบบจำลอง 3 มิติ (3D modelling)​
เป็นขั้นตอนเริ่มของการใช้แรงงาน โดยใช้โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์หรือ CAD วาดแบบงานออกมาเป็น 3 มิติ ตามขนาดแล้วก็รูปร่างที่ปรารถนา ซึ่งเดี๋ยวนี้สามารถหาโปรแกรมฟรีแวร์แล้วก็ราคาถูกได้ง่ายสุดๆ ดังเช่น Autodesk Fusion 360, Blender, TinkerCAD ต่อไปจึงเซฟหรือ export เป็นไฟล์ 3 มิติ ที่ใช้กันทั่วๆไปคือสกุล .stl หรือ .obj เพื่อใช้งานต่อไป

     2. การสไลด์แบบจำลอง 3 มิติ (Slicing)
ขั้นตอนนี้เป็นการนำแบบจำลอง 3 มิติ ที่ทำขึ้น มาแบ่งเป็นชั้นๆตามความละเอียดที่เครื่องรวมทั้งเทคโนโลยีรองรับ ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี FDM 3D Printing อยู่ที่ราว 50-300 ไมครอน (0.05-0.3 mm) หรือแบบเรสินอยู่ที่ 25-100 ไมครอน (0.025-0.1 mm) รวมไปถึงระบุค่าตัวแปรอื่นๆที่เกี่ยวเนื่อง ดังเช่น ความเร็วในการพิมพ์ อุณหภูมิ การสร้าง support โดยไฟล์ที่ได้จากการสไลด์โดยมากจะเป็นชื่อสกุล .Gcode เหมือนเครื่อง CNC หรือเป็นนามสกุลอื่นๆที่เข้ารหัสเฉพาะเครื่อง

     3. การพิมพ์ 3 มิติ (Printing)
ขั้นตอนนี้เป็นนำไฟล์ที่ได้จากการสไลด์ในข้อที่ 2 มาป้อนให้กับตัวเครื่อง 3D Printer เพื่อเริ่มการพิมพ์

     4. การตกแต่งงานหลังการพิมพ์ (Post processing)
ขั้นตอนสุดท้ายคือการตกแต่งผลงานข้างหลังการพิมพ์ ซึ่งผู้ใช้สามารถที่จะขัด (Polishing) ทำสี (Painting) หรือนำชิ้นงานหลายๆชิ้นมาประกอบหรือติดกาวเข้าด้วยกัน โดยแต่ละเทคโนโลยีของเครื่อง 3D Printer ก็จะมีขั้นตอนที่แตกต่างออกไป



     วัสดุสำหรับเครื่อง 3D Printer
สิ่งของที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ มีอีกทั้งพลาสติก (Polymer) เรซิน (Resin) โลหะ (Metal) เซรามิกส์ (Ceramic) ปูน (Cement) ซิลิโคน รวมไปถึงอุปกรณ์ชีวภาพอย่างเยื่อหรือที่เรียกกันว่า “BioInk” แม้กระนั้นโดยทั่วไปแล้ว จะหมายความว่าเครื่องที่ใช้เส้นพลาสติก (Filament) เป็นส่วนมาก เนื่องมาจากเป็นเครื่องที่นิยมใช้กันมากที่สุด
 
แหล่งที่มา บทความเครื่องพิมพ์ 3D https://www.sync-innovation.com

Tags : 3D Printer,เครื่องพิมพ์ 3D,เครื่องพิมพ์ 3 มิติ