ผู้เขียน หัวข้อ: 5 หนทาง ธุรกิจขนาดเล็กจะรอดได้ยังไงในยุคที่ เทคโนโลยีไล่ฆ่าธุรกิจ  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 12, 2018, 03:14:49 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 29867
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ปัญหาใหญ่สำหรับเพื่อการทำธุรกิจ ไม่ใช่กล่าวถึงเพียงแค่คำว่าทำไงให้ “รุ่ง” ทำเช่นไรให้ “มั่งคั่ง” แล้วหละนะครับ เนื่องจากว่าสิ่งที่เราต้องจุดโฟกัสเป็น “ทำเช่นไรให้รอด” เนื่องจากหา“รอด” ได้มันก็ “รุ่ง” ได้แต่ว่าหาก“รอด” ไม่ได้มันก็ “ร่วง” สิ่งเดียวจะทำอย่างไรให้รอด วันนี้เรามาช่วยกันนึกถึงต้นตอที่พวกเราจะทำแล้ว “ตก” ปิดข้อบกพร่องนั้น เพื่อทำให้ธุรกิจพวกเรา “รอด” ให้ได้
1.รู้จักตนเองดีหรือยัง ทำธุรกิจรู้จักตัวเองดีหรือยัง หรือปฏิบัติตามเพื่อน คิดตามเพื่อนฝูง เห็นคนใดกันแน่ทำอะไรแล้วมั่งมี ผู้ใดทำอะไรแล้วรุ่งอยากจะทำธุรกิจนั้นด้วยขอมั่งคั่งด้วยคน!!ถ้าหากเป็นในลักษณะนี้คุณกำลังเดินทางมาผิดเลน….แล้วหละครับ !!!กลับไปพบจุดเด่นของตน กลับไปพบสิ่งที่ตนเองถนัด กลับไปสู่เลนของตนเองให้ไวที่สุด เพราะว่าถ้าขืนวิ่งผิดเลนไปแบบงี้ นอกจากธุรกิจคุณจะ “ไม่รุ่ง” แล้วชีวิตคุณก็จะยัง “ไม่มีความสบาย” อีกด้วย
2.รู้จักลูกค้ามากแค่ไหน ลูกค้าพวกเราเป็นผู้ใด…กันแน่ ? พวกเรารู้จัก ทราบจริง รู้ใจ ลูกค้าพวกเราดีพอเพียงหรือยัง หรือรู้เพียงว่า เขาเพศอะไร อายุเท่าใด ค่าตอบแทนรายเดือนมากแค่ไหน จะชนะและก็อยู่รอดในธุรกิจไม่ใช่ผู้ที่แค่เพียง “ขาย” ผลิตภัณฑ์ได้นะครับ แม้กระนั้นเป็นคนที่สามารถ “ซื้อ” ดวงใจลูกค้าได้ครับผมหากพวกเราไม่รู้จักลูกค้าพวกเราจริงๆก็ยากที่จะ “ได้ใจ” ลูกค้านะครับ ทดลองตั้งตัวจริงๆจังๆกับเรื่องลูกค้าดูสักรอบสิครับ หาที่กรองมาร่อนว่าตามที่เป็นจริงแล้วลูกค้าเราเป็นคนไหน ถูกใจอะไร นิสัยยังไง มีเป้าหมายอะไร มีปัญหาอะไร …และก็ พวกเราช่วยตอบปัญหาอะไรให้เขาได้
3.เริ่มที่รอดไม่ใช่ร่ำรวยอย่าตกอยู่ภายใต้ของ “ความละโมบ” ที่ชอบชักนให้พวกเราไปหลงกับ “ความรวย” แค่เพียงมีคนไหนกันแน่กวักมือว่า “มาทางนี้สิ !! มั่งคั่ง”ทำธุรกิจประกอบด้วย 2 สิ่งสำคัญคือ1.ความฝันแล้วก็เป้าหมายที่แจ่มกระจ่าง2.แนวทาง เหตุแล้วก็ผลโดยส่วนใหญ่พวกเรามักจะขาด “เหตุและก็ผล” สำหรับเพื่อการทำธุรกิจ เรามักจะโดนล่อไปเข้าเป้าด้วย “ความฝัน” ที่ขาด “เหตุ” ส่งเสริมเริ่มที่ปัญหาว่า “ทำเช่นไรให้รอด (ปากเหยี่ยว ปากกา)” น่าจะเป็นสิ่งที่พวกเราควรจุดโฟกัส เพราะเหตุว่าแม้รอดมันก็มั่งมี…แม้กระนั้นถ้าเกิดไม่รอด…รวยก็คงเป็นรวยแต่ว่าเขือ แล้วหละครับผม
4.มองดูไกลแต่ว่าทำใกล้ทำธุรกิจมันควรจะมีวิสัยทัศน์ แล้วคำว่า “วิสัยทัศน์” นี่มันอย่างไร คำตอบกล้วยๆสำหรับผมคือ จำต้องรู้ว่าจะเป็นอะไรในอีก 3-5 ปีข้างหน้า แค่นี้ยังไม่เพียงพอต้องคาดคะเนบริบทสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยในอีก 3-5 ปีข้างหน้าไม่ใช่เห็นเพียงแต่ว่า “เราจะไปถึงไหน” แต่ว่าจำต้องคำนึงเพราะว่า เทคโนโลยีในขณะนั้นมันจะเป็นอย่างไร พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปอย่างไร นี่แหละขอรับ“วิสัยทัศน์”แลเห็นให้ไกล แต่ว่าจำเป็นต้องทำให้ใกล้ เป็นทำในวันนี้ให้เหมาะสมที่สุด ทำเวลานี้ให้ยอดเยี่ยม เนื่องจากว่าถ้าหากทำวันนี้ไม่ดี ไม่เข้าท่า จะมีวิสัยทัศน์ดีขนาดไหน แหลมคมขนาดไหน แม้กระนั้นวันนี้ยังเอาดีไม่ได้ มีวิสัยทัศน์ดีไปก็แค่นั้นครับผมสิ่งที่เป็นปัญหาหลักที่ทำให้พวกเรา “ร่วง” เป็นพวกเราเป็นประเภท “มองใกล้แต่ว่าทำไกล” ซึ่งมันสลับด้านกันทำ คิดอะไรแบบสั้นๆแต่ดังทำอะไรให้มัน “เว่อร์” เกินพอดี ทำอะไรเกินความสามารถ เกินตัว ไปๆมาๆกผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพการ “มองไกล แม้กระนั้น ทำใกล้” ให้เห็นภาพชัดเยอะขึ้นเรื่อยๆ เราน่าจะเคยมองการยกน้ำหนักกีฬาโอลิมปิกกันบ้างครับผมคุณว่ามันเป็นได้ไหมที่อยู่ดีๆจะมีคนใดยืนขึ้นมาแล้วชูลูกเหล็กหนักเป็นร้อยกิโลแบบสบายๆ?คงจะไม่มี ฝันไปเถิด !! เอ้อใช่ครับ….นักกีฬายกน้ำหนักเขาจะต้องฝึกชูตั้งแต่หลัก 10 โล พออยู่ตัวก็เบาๆเพิ่มน้ำหนักขึ้นไป ค่อยๆเอาชนะขีดจำกัดตัวเองไปครั้งละนิดแต่ว่าวิธีการทำธุรกิจคนไม่ใช่น้อยอุตสาหะเอาชนะข้อจำกัดตนเองแบบ…เว่อร์เหลือเกิน ตัวเองยกน้ำหนักได้ 20 กิโลแล้วลงแข่งชู 80 กก. แบบงี้มันจะสู้กันได้ที่แห่งไหน ยิ่งขาดการฝึกฝนอีก มันก็สู้ไม่ได้
5.สหายช่วยสหายเราไม่สามารถที่จะ “เอาชีวิตรอดคนเดียว” ได้ครับอย่างคิดเพียงว่า “กูรอด” แล้ว “เอ็งตก” ช่างหัวมัน ทำอย่างงี้รับประกันขอรับไม่มีผู้ใดรอดอย่างยั่งยืนอย่าง แน่นอนผมยังจำเรื่องราวครั้งตอนสมัยเรียนมหาลัยได้อย่างดีเยี่ยม ขณะนั้นอยู่ที่ลาดกระบัง เช่าห้องเดือนละ 7,000 บาท ถ้าหากผมบอกเท่านี้เพื่อนพ้องอาจจะมีความคิดว่าเฮ่ย !! ผมมีตังก์อะดิ เปล่าเลยขอรับ บ้านข้างหลังนี้อยู่กัน 10-12 คนเลยทีเดียวมี 3 ห้องนอน 1 ห้องครัว และห้องนั่งเล่นซึ่งก็เป็นห้องนอนได้อีกห้องเลยลองดีดจำนวนดูสิขอรับ ค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าบ้าน ค่าน้ำไฟ ตกเดือนไม่เกิน 8,500 แล้วช่วยกันแชร์เท่ากับว่าจ่ายค่าบ้านเพียงแต่เดือนละ 700 กว่าบาทต่อคนเท่านั้นเองรวมทั้งเราก็พากันรอดจบมหาลัยมาด้วยกันทำธุรกิจถ้าจะรอดมันต้องช่วยกันแบบ “เพื่อนฝูงช่วยสหาย” นะครับ เองมีดีอะไร ข้ามีดีอะไรพอเพียงช่วยกันได้ไหม มาช่วยกันปิดจุดบอด จุดอ่อนของกันและกันได้ไหม ช่วยกันทำตลาดได้ไหมแม้กระนั้นเงื่อนไขนี้จะเสร็จได้จำเป็นต้องเข้าใจคำว่า“เพื่อนฝูง”อย่างเห็นได้ชัดนะครับ เพราะบ่อยครั้งการช่วยที่เจือด้วยผลประโยชน์มักจบลงไม่สวยเท่าไรแต่ว่าหากช่วยแบบเพื่อนพ้องตกที่นั่งลำบาก ผมว่าท้ายที่สุดธุรกิจมันจบลงแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งอย่างแน่นอนผมยกตัวอย่างหนทางช่วยเหลือกัน “รอด” ของธุรกิจขนาดเล็กในสมัยที่เทคโนโลยีไล่ฆ่าธุรกิจ ไว้ 5 หัวข้อก่อนนะครับ ยังมีแนวทางที่เราสามารถช่วยกันคิดช่วยกันทำเพื่อให้ธุรกิจเรารอดไปด้วยกันได้ครับผมอยากเชื้อเชิญเพื่อๆครับผม วันอาทิตย์ 22 มัธยมค 59 เวลา 13.00-17.00 น. มาร่วมเสวนา เสวนาช่วยเหลือกันคิดช่วยกันเสนอเพื่อหาทางออกให้กับ SMEs เล็กๆอย่างพวกเราครับรายจ่าย 750 บาทนับว่าเป็นค่าอาหารสักมื้อร่วมกันแชร์ที่จะมีโอกาสได้รู้จักกับสหายร่วม “ความรู้สึกเดียวกัน” ครับผมมาเริ่มต้นสร้างธุรกิจแบบพึ่งพาอาศัยกันและก็กัน สร้างชุมชนของคนทำธุรกิจตามทางของพ่อหลวงของเราไปร่วมกันนะครับ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : นักธุรกิจรุ่นใหม่

Tags : นักธุรกิจรุ่นใหม่