ผู้เขียน หัวข้อ: 10 ที่เที่ยวต้องห้ามพลาดเมืองแพร่ เมืองงามแห่งล้านนาทิศตะวันออก  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 12, 2018, 06:17:54 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 29865
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

1.วัดพระธาตุช่อแฮ
ที่ตั้ง : ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
เปิดปิดเวลา: 06.00-18.00 น.
โทร.054-599-209
แวะเวียนมาเที่ยวเมืองแพร่ทั้งที จำเป็นต้องไม่พลาดมากราบสักการขอพรพระธาตุช่อแฮ วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ แล้วก็เป็นพระบรมสารีริกธาตุรายปีเกิดของคนที่เกิดปีขาล ผู้ใดกันแน่มาเยือนเมืองแพร่ต้องมาไหว้พระธาตุช่อแฮเพื่อความเป็นสิริมงคล
ตามตำนานบอกว่าขุนลัวะอ้ายก้อม ทำขึ้นเมื่อราวปี พุทธศักราช 1879 ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ห่อด้วยทองจังโก ศิลปะเชียงแสน ทรงแปดเหลี่ยม บัลลังค์ย่อมุมปลียอดกลม ตกแต่งยอดฉัตรสูง 33 เมตร ด้านในติดตั้งพระเกศธาตุ แล้วก็พระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า
นอกเหนือจากความสวยจับจิตขององค์พระธาตุแล้ว ข้างในวัดยังมีหลวงพ่อช่อแฮ พุทธรูปศิลป์เขียงแสนอายุหลายร้อยปี แล้วก็หลวงพ่อทันใจ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนล้วนมากมายราบไหว้ขอพรอยู่เสมออีกด้วย
ในทุกๆปีจะมีขนบธรรมเนียมไหว้พระธาตุช่อแฮ ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาตรงเวลาช้านานหลายร้อยปี โดยจัดงานทุกเมื่อเชื่อวันขึ้น 15 เย็นเดือน 6 ของทางภาคเหนือ (หรือเดือน 4 ของภาคกลาง หรือราวตอนกลางเดือน มี.ค.)
ภายในงานมีการจัดขบวนเป็นอย่างมากใหญ่ ประกอบไปด้วยริ้วขบวนของทุกอำเภอ ทั้งยังยั้งมีการรำ แห่ตุงแข็งกระด้าง แล้วต่อจากนั้นจะทำบุญตักบาตรด้วยกันและก็ฟังเทศน์ ส่วนค่ำๆมีการเวียนเทียนรอบองค์พระบรมสารีริกธาตุ
2.วัดจอมสวรรค์
ที่ตั้ง : ถนนหนทางจนกระทั่งตรกิจหีบศพล ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
เปิดปิดเวลา: 08.00-16.30 น.
โทร.084-617-8482
เป็นอีกหนึ่งวัดสวยในจังหวัดแพร่ ที่นักเดินทางจำต้องไม่พลาดมาเที่ยวชม
วัดจอมสวรรค์สร้างขึ้นในยุครัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2437 โดยชาวงู ซึ่งเดินทางมาค้าขายในเมืองแพร่จากประเทศพม่า หลังจากเหตุการณ์ชาวเงี้ยวปล้นเมืองแพร่ ทำให้วัดเสื่อมโทรมลง แต่ว่าเวลาถัดมา ได้รับการบูรณะจากคนไทยใหญ่
วัดจอมสรวงสวรรค์สร้างแบบสถาปัตยกรรมพม่า หลังคามีลักษณะซ้อนกันเป็นชั้นๆลดหลั่นกันไป วัดเป็นไม้สัก โบสถ์ วิหาร และก็กุฏิ แสดงให้เห็นฝีมือการตกแต่งที่วิจิตรบนงานไม้ ทั้งหมดดาน แล้วก็เสาล้วนมีลวดลายปรุประดับกระจกสีสันสวยสดงดงาม
ข้างในวัดมีวัตถุโบราณสำคัญมากมาย อย่างเช่น หลวงพ่อสาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สานจากไม้ไผ่ก่อนลงรักปิดทอง พุทธรูปงาช้างที่เป็นศิลปะประเทศพม่า และก็ตำรางาหรือหนังสือขว้างฏิโมกข์ที่ผลิตขึ้นจากการนำงามาบด แล้วก็อัดเป็นแผ่นบางๆเขียนลงรักแดง จารึกเป็นอักษรพม่า
ที่ตั้ง : ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
3.คุ้มวงศ์บุรี
ที่ตั้ง : 50 ถนนหนทางคำลือ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
เปิดปิดเวลา: 09.00-17.00 น.
ราคาบัตรเข้าชม: คนแก่ 30 บาท เด็ก 15 บาท
โทร.054-620-153
คุ้มวงศ์บุรี หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “บ้านสีชมพู” ผลิตขึ้นเมื่อปี พุทธศักราช 2440 ตามดำริของแม่เจ้าบัวถา มเหสีคนแรกในเจ้าหลวงพิริยะเทวดาสกุล
โดยมอบหมายให้หลวงดงษ์พิบูล แล้วก็เจ้าสุนันตา วงศ์บุรี หลานสาวของแม่เจ้าบัวถลาเป็นผู้ดำเนินการสร้างรวมทั้งหาช่างฝีมือ ซึ่งมีอีกทั้งคนไทยและคนจีนคุ้มสกุลบุรีมีลักษณะเป็นอาคาร 2 รุ่นถัดมาคาทรงปั้นหยาในแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป มีการตกแต่งลวดลายแบบเรือนขนมปังขิง ซึ่งเป็นต้นแบบที่ได้รับความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 5
ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมโดยเสียค่าเข้าชม 30 บาท หลังซื้อบัตรจะมีข้าราชการของคุ้มพาเดินดูจุดต่างๆพร้อมเล่าประวัติความเป็นมาของสถานที่และก็เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับสิ่งของด้านในตึก
คุ้มสกุลบุรีได้รับรางวัลรักษาดีเด่นรายปี พุทธศักราช2536 ของสโมสรคนเขียนแบบประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์รวมทั้งเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากบ้านเจ้านางมณีรินในละครเรื่อง รอยไหม ของสถานีโทรทัศน์ไทยโทรทัศน์สีช่อง 3อีกด้วย
4.พิพิธภัณฑสถานเมืองแพร่ คุ้มเจ้าหลวง
ที่ตั้ง: ถนนคุ้มเดิม ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
เปิดปิดเวลา: ทุกวี่ทุกวัน 08.30-16.30 น.
โทร.054-524-158
เรือนหลังใหญ่สถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป อายุมากกว่าร้อยปี เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเทียวต้องห้ามพลาดในเมืองจังหวัดแพร่
ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของเจ้าหลวงพิริยเทพสกุล เจ้าหลวงเมืองแพร่องค์ในที่สุด ซึ่งโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พุทธศักราช 2435 หรือราวสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งสยามประเทศ ก่อนเกิดเหตุการณ์กบฎงูเมืองแพร่ราว 10 ปี
ต่อมาเมื่อกบฏเงี้ยว เจ้าหลวงได้ทรงย้ายไปพำนักที่เมืองหลวงพระบาง คุ้มที่นี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นที่ตั้งของกองทหารม้า ที่ดินจังหวัดกรุงเทพ ส่งมารักษาความเรียบร้อยในเมืองแพร่
ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑสถานให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม พร้อมเรียนรู้แล้วก็ซึบซัมวัฒนธรรมล้านในอดีตกาล
มาเยี่ยมสถานที่แห่งนี้นักท่องเทียวจำเป็นต้องไม่พลาดชมตัวอาคารแบบไทยผสมยุโรป ก่ออิฐถือปูนสองชั้น ตัวบ้านลงสีครีมขลิปด้วยสีเขียว ประดับประดาด้วยไม้สักปรุ พื้นปูด้วยไม้สักขนาดใหญ่ มีบันทางขึ้น 3 ทาง และก็ประตูหน้าต่างที่เปิดรับลมเย็นๆถึง 72 บาน
ภายในคุ้มละลานตาด้วยสิ่งของเครื่องใช้โบราณตามจารีตนายจ้างข้างเหนือ พร้อมกับประวัติความเป็นมาเจ้าหลวง และก็พระญาติ ถ้าได้โอกาสมาเยือนเมืองแพร่แนะนำว่าจำต้องมาเยี่ยมตรงนี้ให้ได้สักครั้ง
5.ถนนคนเดินกาดกองเก่า
ที่ตั้ง: ถนนคำลือ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
มาเดินชม เดินชอป สัมผัสวิถีชาวเมืองแพร่บนถนนหนทางคนเดินกาดกองเก่า ที่จัดขึ้นบ่อยๆทุกวันเสาร์ ตั้งแต่ช่วงบ่ายสามนาฬิกาเย็น
เสน่ห์ของถนนคนเดินที่นี้อยู่ที่ชาวบ้านเอาอาหารของกำนัลในแคว้นเอามาขาย ไม่ว่าจะเป็นของกิน เครื่องเรือนไม้ ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน มีทั้งยังแบบโบราณรวมทั้งล้ำยุค
ถ้ามาท่องเที่ยวเมืองแพร่ อย่างไรจำต้องแวะมาท่องเที่ยวกันสักหนึ่งครั้งนะ
6.วิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมทุ่งรุ่งโรจน์ย้อมธรรมชาติ
ที่ตั้ง : 291 หมู่ 5 บ้านทุ่งโฮ้ง ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
โทร.089-851-3048
วิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมทุ่งก้าวหน้าย้อมธรรมชาติ เป็นศูนย์การเล่าเรียนเกี่ยวกับแนวทางการทำผ้าหม้อห้อม ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดแพร่
ภายในชุมชนมีการแสดงแนวทางการทำผ้าหม้อห้อม โดยเริ่มตั้งแต่การย้อมไปจนกระทั่งการตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์ในแบบต่างๆทั้งคนที่มาเยี่ยมชมยังสามารถวางแบบจัดทำลวดลายรวมทั้งลงมือย้อมผ้าหม้อห้อมได้ด้วยตัวเอง
วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้มีเหตุที่เกิดจากการจับกลุ่มของคนภายในชุมชนเพื่อจัดแจงกองทุนของชุมชนอย่างสร้างสรรค์ และเพื่อตอบสนองปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้วก็ช่วยเหลือการพึ่งตนเองด้านในชุมชน ทั้งยังยังเป็นการสงวนภูมิปัญญาท้องถิ่นแล้วก็รักษาความเป็นเอกลักษณ์ของผ้าหม้อห้อมให้ยืนนานสืบไป
ตอนนี้สินค้าหม้อห้อมของตรงนี้มีนานาประการแบบให้เลือกซื้อ ทั้งยังสีพื้นแบบไม่มีลวดลาย รวมทั้งแบบที่มีลวดลายบาติกที่ดูผิดตาและนำสมัย
7. วัดพระนอน
ที่ตั้ง : ถนนหนทางพระนอนเหนือ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
วัดเก่าแก่ศูนย์กลางเมืองแพร่ ข้างในวัดมีโบสถ์แบบเชียงแสนแท้ๆเพียงแห่งเดียวในจังหวัดแพร่ เป็นโบสถ์แบบไม่มีหน้าต่าง แม้กระนั้นเจาะเป็นช่องรับแสงสว่าง หน้าบันแกะอย่างงดงาม
และภายในวัดยังมีวิหาร ด้านในประดิษฐานพุทธรูปปางนอนหลับอายุหลายร้อยปี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นยาว 9 เมตร ลงรักปิดทองตลอดองค์ มีราษฎรรวมทั้งนักเดินทางเดินทางมาไหว้พระขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย
8.อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย
ที่ตั้ง : เขตพื้นที่อำเภอวังชิ้น แล้วก็อำเภอทดลอง จังหวัดแพร่อำเภอเถิน อำเภอปราบ และอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดเล็กรวมทั้งมีทิวภาพทางธรรมชาติที่งามหลายที่
พื้นที่จำนวนมากเป็นแนวเขาสลับซับซ้อน มีพื้นที่ประมาณ 410 ตารางกิโลเมตร รับประทานอาณาบริเวณพื้นที่อำเภอลอง รวมทั้งอำเภอวังชิ้น ในจังหวัดแพร่ แล้วก็อำเภอเถิน อำเภอปราบ และอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
ในอดีตเคยเป็นแหล่งอาศัยของบรรดาสัตว์ป่าขนาดใหญ่ อีกทั้งกวาง เสือ รวมทั้งช้างป่า แม้กระนั้นตอนนี้เหลือเพียงสัตว์ป่าขนาดเล็ก เป็นต้นว่า กวาง หมูป่า กระกอก และก็กระแต เป็นต้น
ด้านในเขตสวนมีน้ำตกมีหลายแห่ง ดังเช่น น้ำตกแม่เกิ๋งหลวงรวมทั้งน้ำตกแม่เกิ๋งน้อย ซึ่งเป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆจึงมีชื่อเสียงจากภาษาพื้นบ้านว่าแม่เกิ๋ง ซึ่งหมายความว่าขั้นบันได
นอกจากนี้ยังมีน้ำตกแม่สิน น้ำตกแม่จอก น้ำตกแม่ป้าก น้ำตกแม่รัง และน้ำตกขุนห้วย เป็นต้น
9.บ่อน้ำแร่แม่จอก
ที่ตั้ง : ตำบลแม่ป้าก อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
เปิดปิดเวลา: 08.00-16.30 น.
บ่อน้ำพุร้อนแม่จอกตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย มีลักษณะเป็นบ่อน้ำแร่กำมะถันผุดขึ้นมาจากพื้น น้ำร้อนในบ่อมีอุณหภูมิโดยประมาณ 80 องศาเซลเซียส
เดี๋ยวนี้มีการปรับปรุงสถานที่บริเวณบ่อน้ำร้อนให้เป็นสถานที่พักผ่อนเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างสุดกำลัง มีการสร้างบ่อแช่น้ำร้อนทั้งยังแบบเป็นห้องส่วนตัวแล้วก็แบบแช่รวม ทั้งยังมีสระว่ายน้ำรวมทั้งบ่อแช่ตัวแบบที่โล่งแจ้งอีกด้วย
นอกเหนือจากนี้ยังมีบริการนวดแผนไทย ไข่ลวกน้ำแร่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งร้านจัดจำหน่ายของฝากเขตแดนให้กับนักเดินทางที่มาเยี่ยม
ในตอนเช้าบริเวณบ่อน้ำร้อนจะมีหมอกควันที่เกิดขึ้นจากไอน้ำ ซึ่งก่อกำเนิดทิวทัศน์ที่งาม สร้างความซาบซึ้งให้กับแขกเป็นอย่างยิ่ง
10.พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นโกมลผ้าโบราณ
ที่ตั้ง: 157/2 กลุ่ม 6 ตำบลห้วยอ๋อ อำเภอทดลอง จังหวัดแพร่
เปิดปิดเวลา: 09.00-17.00 น.
โทร.054-581-532 (ขอความกรุณาปรานีติดต่อล่วงหน้า)
พิพิธภัณฑ์เขตแดนโกมลผ้าโบราณเป็นพิพิธภัณฑสถานผ้าของอาจารย์โกมล พานิชพันธ์ ทำขึ้นเมื่อปี พุทธศักราช2532โดยตัวตึกสร้างเลียนแบบสถานีรถไฟบ้านปิน อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ที่ก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมผสานกับยุโรป
พิพิธภัณฑสถานผ้าโบราณแห่งนี้ย้ำแสดงผ้าโบราณของเมืองทดลองเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งซิ่นตีนจกเมืองทดลองที่มีลวดลายรวมทั้งสีสันสวยสดงดงาม ทั้งยังแข็งแรงทนทาน เนื่องจากว่าใช้ไหมเส้นเล็กและฟืมที่มีความถี่นำมาซึ่งลวดลายที่ละเอียดประณีต
นอกเหนือจากผ้าโบราณของเมืองลองอายุร้อยกว่าปีแล้ว ด้านในพิพิธภัณฑสถานยังมีผ้าที่ได้รับรางวัลจากการประกวดทั้งในแล้วก็ต่างชาติ และก็ผ้าที่ทอขึ้นใหม่ในโอกาสพิเศษจัดไว้ให้ชม พร้อมด้วยรูปถ่ายการแต่งกายของนายจ้างล้านนารวมทั้งราชสำนักสยาม
รวมทั้งเครื่องแต่งตัวจากภาพยนตร์รวมทั้งละครทีวีหลายเรื่องที่คุณครูโกมลรับผิดชอบหาเครื่องแต่งกาย เช่น สุริโยไท กษัตริยา รวมทั้งรอยไหม ฯลฯ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ท่องเที่ยวไทย

Tags : ท่องเที่ยวไทย,เที่ยวต่างประเทศ