ผู้เขียน หัวข้อ: พวงกุญแจอเนกประสงค์ 6 in 1 สามารถเป็นทั้งพวงกุญแจ คีม และ ไขควง ได้ในอันเดียว  (อ่าน 33 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤศจิกายน 22, 2016, 01:18:43 AM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 25
    • ดูรายละเอียด

[img width=781,height=781]https://4.bp.blogspot.com/-YJjHUcK0M2Y/WDK1pjr7BrI/AAAAAAAAAJs/7SJp4EJfxpk5XNPM-00BcG9wo6B3vrIJACEw/s1600/6_3_14.jpg[/img]


 
พวงกุญแจอเนกประสงค์ ประยุกต์เป็นเครื่องมือคีมหนีบ,ไขควงแฉก,ไขควงปากแบน,คีมตัดมีขนาดเล็กพกพาสะดวกสามารถห้อยเป็นพวงกุญแจได้ ทำจากวัสดุ สแตนเลส +ทังสแตน
เหนียวแข็งแรงและปลอดสนิม
 
พวงกุญแจอเนกประสงค์ 6in1พวงกุญแจเครื่องมือเอนกประสงค์ มีขนาดเล็กกระทัดรัดพกพาสะดวก
สามารถประยุกต์เป็นเครื่องมือช่างได้ 6รูปแบบประโยชน์การใช้งานพวงกุญแจอเนกประสงค์
 
พวงกุญแจสามารถปรับประยุกต์เป็นเครื่องมือต่างๆได้เช่น คีมหนีบ,ไขควงแฉก,ไขควงปากแบน,คีมตัดพวงกุญแจอเนกประสงค์ ทำจากวัสดุ สแตนเลส +ทังสแตน เหนียวแข็งแรงและปลอดสนิม
 
ประวัติความเป็นมาของการประดิษฐ์กุญแจนักประวัติศาสตร์ไม่แน่ใจว่าเริ่มต้นที่ไหน
มีข้อสันนิษฐานว่ากุญแจกลไกลูกแรกทำด้วยไม้มีการพัฒนาโดยอิสระในหลายพื้นที่ในเวลาเดียวกัน เช่นจีน เปอร์เซีย อียิปต์ แอสซีเรีย (Assyria) กรีก และโรมันจากหลักฐานบนภาพวาดเฟรสโกในวิหารอียิปต์โบราณแสดงให้เห็นว่ากุญแจไม้ถูกใช้มาตั้งแต่
4,000 ปีก่อน บางแหล่งอ้างว่ามีการใช้กุญแจหลากหลายประเภท เช่น padlock (กุญแจสายยู) door lock, cylinder lock, pin lock, pin-tumbler lock,cylinder pin-tumbler lock, Yale lock ฯลฯ ระบบกุญแจที่รู้จักครั้งแรกเป็นกุญแจแบบพิน (pin lock) โดยจะมีพินไม้ซึ่งจะตกลงมาในรูบนไม้ขัดแตะประตูตามแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้ไม้ขัดแตะเลื่อนไม่ได้  ส่วนลูกกุญแจจะมีแท่งไม้มีความยาวที่พอดีกับการยกพินไม้ในรูบนขัดแตะประตูซึ่งความยาวของแท่งไม้คือตัวแปรสำคัญในการปลดกุญแจ ลูกกุญแจ (แท่งไม้)
ถูกใส่เข้าไปในรูและสลักจะถูกดันในระยะที่พอดี ทำให้สามารถเลื่อนขัดแตะประตูออกได้
         กุญแจแบบนี้ยังพบในญี่ปุ่น นอร์เวย์ และเกาะฟาโรห์และยังคงถูกใช้ในอียิปต์ อินเดีย
นอกจากนั้นยังถือว่าเป็นบรรพบุรุษหรือต้นแบบของกุญแจล็อคระบบพินที่ใช้กันในทุกวันนี้ ต่อมามีการพัฒนาวัสดุในการผลิต โดยทำด้วยทองเหลืองหรือเหล็ก ในอียิปต์โบราณกุญแจโลหะเป็นเครื่องแสดงสถานะทางสังคม นอกจากนี้ยังพบว่ามีการประดับด้วยการฝังมุกทอง และเงินบนกุญแจในซากของเมืองปอมเปอี (Pompeii) อีกด้วย ชาวโรมันโบราณได้พัฒนาระบบกุญแจให้ดีขึ้นอีกโดยรวมระบบกุญแจของอียิปต์และกรีกเข้าด้วยกัน และยังคิดค้นกลไกกุญแจที่ติดตั้งด้านในประตู แต่สามารถไขกุญแจจากด้านนอกของประตูผ่านรูกุญแจได้ แม้ชาวจีนและคนแถบตะวันออกใกล้ (ประเทศแถบเอเชียตะวันตก) มีการคิดค้น พัฒนา padlock แต่ชาวโรมันถูกถือว่าเป็นชนชาติที่ทำให้กุญแจเป็นที่รู้จักและนิยมในยุคนั้น โดยทำให้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริง พกพาง่าย นอกจากนี้ช่างกุญแจยังทำให้ลูกกุญแจมีขนาดเล็กลง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับช่างกุญแจในปัจจุบันหลังจากอาณาจักรโรมันเสื่อมลง เริ่มเข้าสู่ยุคกลาง ซึ่งนับเป็นยุคทองของช่างกุญแจ เป็นช่วงที่มีการว่าจ้างช่างกุญแจสร้างกุญแจสำหรับป้องกันสิ่งของมีค่าของปราสาท ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นกลไกเท่านั้น แต่ยังมีความสวยงามในเชิงศิลปะอีกด้วย ซึ่งนับจากยุคกลางจนมาถึงยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance) ในแง่กลไกของกุญแจไม่มีการพัฒนาปรับปรุงมากนักมีเพียงลูกเล่นและการเล่นลวดลายเท่านั้น ทำให้การสะเดาะกุญแจเป็นสิ่งที่ไม่ยากนัก
         การเริ่มต้นพัฒนาระบบกุญแจสมัยใหม่ถูกเริ่มอย่างจริงจังในปีค.ศ.1778 ในประเทศอังกฤษ เริ่มโดย โรเบิร์ต บาร์รอน (Robert Barron) ได้ประดิษฐ์ระบบกุญแจแบบ lever tumbler lock ซึ่งเป็นกุญแจเพื่อความปลอดภัยอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของระบบกุญแจได้เริ่มแล้ว หลังจากการบุกเบิกของบาร์รอน ก็มีนักประดิษฐ์อย่าง บรามาห์ นิวเวลล์ ชับบ์ แอนดรูว์ เปอร์ตีต์พารอนส์ และเยล ปีค.ศ.1784 (ระหว่างการพัฒนากุญแจของบาร์รอนและของชับบ์ (Chubb) ได้ประดิษฐ์เครื่องจักรต่างๆอีกหลายอย่าง ในปี ค.ศ.1844 ไลนัส เยล (LinusYale) ได้ประดิษฐ์กุญแจระบบไส้พินโลหะ (pin-tumbler cylinder lock) โดยมีลักษณะพื้นฐานแบบเดียวกันกับระบบกุญแจของอียิปต์ยุคแรกๆโดยลูกชายของเขา ไลนัส เยล จูเนียร์ (LinusYale junior) พัฒนาให้ลูกกุญแจแบนและเล็กลงโดยมีขอบหยัก(มีลักษณะเหมือนลูกกุญแจในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นลักษณะพื้นฐานของกุญแจแบบพินโลหะสมัยใหม่ (modern pin-tumbler locks) และยังสามารถผลิตในจำนวนมากได้อีกด้วย ในปี ค.ศ.1857 เจมส์ ซาร์เจนท์ได้ประดิษฐ์คิดค้นระบบกุญแจแบบรวม (combinationlock) ได้เป็นผลสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลกผลงานการคิดค้นกุญแจของเขาได้รับความนิยมจากบรรดาผู้ผลิตตู้นิรภัยและกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ.1862 ไลนัส เยล จูเนียร์ (Linus Yale Jr.) ซึ่งเป็นวิศวกรเครื่องกลและผู้ผลิตกุญแจได้จดสิทธิบัตรไส้กุญแจระบบพินโลหะ (cylinder pin-tumbler lock) ซามูเอลซีกัล (อดีตตำรวจเมืองนิวยอร์ก) ประดิษฐ์กุญแจจิมมีปรู๊ฟล็อคอันแรก (jimmy proof lock) ในปีค.ศ.1916 ซึ่งซีกัลป์ถือสิทธิบัตรอยู่ 25 ปี แฮร์รี่ โซเรฟ ทำกุญแจสายยู (padlock) ซึ่งทั้งแข็งแรงและง่ายต่อการใช้  โครงสร้างของกุญแจทำด้วยแผ่นโลหะ
         แนวโน้มของกุญแจในปัจจุบันมีการพัฒนาการใช้งานได้สมบูรณ์แบบมากขึ้นตามความต้องการของผู้ใช้งาน และชนิดของกุญแจและระบบกุญแจก็มีมากขึ้น การผลิตในระบบอุตสาหกรรมที่ผลิตเป็นจำนวนมากทำให้การออกแบบเน้นหลักการใช้งานและความแน่นหนามากกว่าที่จะมุ่งเรื่องความสวยงามหรือทางด้านศิลปะ ทำให้ผู้มีสุนทรียภาพ นิยมสะสมกุญแจในยุคเก่าๆซึ่งนอกจากจะออกแบบตามการใช้งานแล้ว ยังคำนึงถึงความงามทางกายภาพอีกด้วย กุญแจรุ่นเก่าๆเหล่านี้นับวันก็จะหาชมและสะสมได้ยากขึ้นตามความก้าวหน้าของการผลิต และการออกแบบระบบกุญแจในปัจจุบันและอนาคต      
 
[video]hN19rtcmWKo[/video]